มรดกโลกชวนเสน่ห์หา “ปรัมบานัน”
สวัสดีค่ะทุกคน
ยังจำกันได้อยู่ใช่ไหมเอ่ย ?
คราวที่แล้วเราไปอินดี้กันที่บาหลีมา
และวันนี้ลูกตาลจะพาทุกคน
มารับชม
เทวสถานศาสนาฮินดู ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศอินโดนีเซีย
และยังเป็นมรดกโลกอีกด้วย
นั่นก็คือ
“จันดี ปรัมบานัน”
ปรัมบานันตั้งอยู่ในเขตชวากลาง เมืองยอร์ยาการตาร์
แม้ว่าจะมีบุโรพุธโธจะเป็นมรดกโลกที่มีชื่อเสียงมากในเมืองนี้
แต่ว่าสถานที่นี้ก็เป็นมรโลกอีกแห่งที่สำคัญและสร้างชื่อเสียงไม่แพ้กันเลย
แม้จะมีอายุเก่าแก่แต่ว่ายังคงความงดงามและมีรายละเอียดที่งดงาม
สถานที่นี้จะงดงามและอลังการขนาดไหน
จะสมชื่อเสียงมรดกโลกทางวัฒนธรรมของมวลมนุษยชาติหรือไม่
ไปรับชมกันเลยค่ะ !!
ปรัมบานัน ตั้งห่างจากเมืองยอกยาการ์ตา ไปทางตะวันออก 18 กิโลเมตร ซึ่งเมืองนี้เป็นเมืองที่มีวัฒนธรรมแบบชวา เรียกได้ว่าเป็น อู่วัฒนธรรมแห่งชวา เพราะว่าเมืองนี้ตั้งอยู่ในเขตชวากลางและเป็นศูนย์กลางวัฒนธรรมชวานั่นเอง
ปรัมบานัน หรือ
อีกชื่อที่เกิดขึ้นตามพื้นที่ละแวกนั้นว่า พราหมณัณ
เป็นเทวสถานของศาสนาฮินดูลัทธิไศวนิกาย สันนิษฐานชื่อเทวาลัยว่า บรมศิวะโลก
กล่าวถึงชื่อมีชื่อเรียกภาษาถิ่นอีกอย่างว่า “จันทิ โลโรจงกรัง”
มีที่มาจากที่มีภาพแกะสลักหญิงรูปงาม ที่สอดคล้องกับนิทานพื้นบ้าน
ซึ่งมีอยู่ว่า "มีเจ้าหญิงที่งดงามองค์หนึ่ง วันหนึ่งมียักษ์มาขอแต่งงาน แต่เจ้าหญิงนั้นไม่กล้าปฏิเสธ จึงขอให้ยักษ์สร้างจันทิ หรือ เทวสถานให้ได้ 1,000 หลัง แต่ยักษ์นั้นมีพลังสร้างได้จนจวนจะเสร็จ เจ้าหญิงนั้นจึงวอนให้ฤาษีที่มีอาคมทำลายเวทมนต์ของยักษ์ ยังโกรธมากจึงสาปให้เจ้าหญิงกลายเป็นหิน"
คล้ายดังรูปด้านล่าง
เป็นเทวสถานของศาสนาฮินดูลัทธิไศวนิกาย สันนิษฐานชื่อเทวาลัยว่า บรมศิวะโลก
กล่าวถึงชื่อมีชื่อเรียกภาษาถิ่นอีกอย่างว่า “จันทิ โลโรจงกรัง”
มีที่มาจากที่มีภาพแกะสลักหญิงรูปงาม ที่สอดคล้องกับนิทานพื้นบ้าน
ซึ่งมีอยู่ว่า "มีเจ้าหญิงที่งดงามองค์หนึ่ง วันหนึ่งมียักษ์มาขอแต่งงาน แต่เจ้าหญิงนั้นไม่กล้าปฏิเสธ จึงขอให้ยักษ์สร้างจันทิ หรือ เทวสถานให้ได้ 1,000 หลัง แต่ยักษ์นั้นมีพลังสร้างได้จนจวนจะเสร็จ เจ้าหญิงนั้นจึงวอนให้ฤาษีที่มีอาคมทำลายเวทมนต์ของยักษ์ ยังโกรธมากจึงสาปให้เจ้าหญิงกลายเป็นหิน"
คล้ายดังรูปด้านล่าง
ที่มา: https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=krakatoa&month=15-11-2012&group=5&gblog=2
ส่วนของการสร้าง
นักโบราณคดีส่วนมากคาดว่า สร้างขึ้นเพื่อเก็บศพของกษัตริย์ กล่าวคือ เมื่อกษัตริย์สวรรคตและถวายพระเพลิงแล้ว พระอัฐิส่วนหนึ่งจะถูกโปรยลงทะเล ส่วนที่เหลือจะได้รับการบรรจุไว้ในผอบและบรรจุไว้ใต้บานประติมากรรมเทพเจ้าผู้ที่เชื่อว่ากษัตริย์พระองค์นั้นจะเสด็จไปรวมด้วย ซึ่งเทวาลัยปรัมบานันก็อาจสร้างขึ้นเพื่อพิธีกรรมดังกล่าวนี้
นักโบราณคดีส่วนมากคาดว่า สร้างขึ้นเพื่อเก็บศพของกษัตริย์ กล่าวคือ เมื่อกษัตริย์สวรรคตและถวายพระเพลิงแล้ว พระอัฐิส่วนหนึ่งจะถูกโปรยลงทะเล ส่วนที่เหลือจะได้รับการบรรจุไว้ในผอบและบรรจุไว้ใต้บานประติมากรรมเทพเจ้าผู้ที่เชื่อว่ากษัตริย์พระองค์นั้นจะเสด็จไปรวมด้วย ซึ่งเทวาลัยปรัมบานันก็อาจสร้างขึ้นเพื่อพิธีกรรมดังกล่าวนี้
และสันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยชวาภาคกลาง ราว ค.ศ.ที่ 10 โดยพระเจ้าบาลีตุง แต่จากหนังสือประวัติศาสตร์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของ ดี จี ฮอลล์ กล่าวว่า ผู้สร้างปรัมบานันน่าจะเป็นพระเจ้ากษัตริย์องค์สุดท้ายแห่งสมัยชวาภาคกลาง
เมื่อปี ค.ศ. 2006 เกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่บนเกาะชวา สร้างความเสียหายมากให้กับปรัมบานันอาคารหลายแห่งโดยเฉพาะเทวาลัยขนาดเล็กที่อยู่รายรอบนั้นพังทลายเสียหายหนักจนต้องปิดซ่อมแซ แต่ว่าปัจจุบันปรัมบานันเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมได้อีกครั้ง
หลังจากที่ทราบที่มากันแล้วเราจะมารับชมโครงสร้างวัดนี้กันบ้างค่ะ
ปรัมบานัน ประกอบด้วยจันทิขนาดเล็กจำนวน 224 หลัง โดยล้อมรอบกลุ่มเทวาลัยประธานเทวาลัยประธานนั้น ประกอบด้วยเทวาลัยจำนวน 8 หลัง มีความสูงถึง 47 เมตร
โดยเทวาลัยประธานจำนวนสามหลังสร้างอุทิศให้กับตรีมูรติ
อันได้แก่ เทวาลัยหลังกลางอุทิศให้กับพระศิวะ
เทวาลัยหลังทิศเหนืออุทิศให้กับพระวิษณุ และเทวาลัยหลังทิศใต้อุทิศให้กับพระพรหม
ส่วนเทวาลัยด้านหน้าอีกสามหลังนั้นเป็นเทวาลัยที่สำหรับพาหนะของเทพเจ้าทั้งสาม ได้แก่ โคนนทิ ครุฑและหงส์ แต่ในปัจจุบันเหลือเพียงแค่โคนนทิเท่านั้น และยังมีเทวาลัยอีกสองหลังเล็กขนาบทั้งสองด้าน เทวาลัยหลังเล็กนี้คงสร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้กับพระสูรยะและพระจันทร์
เขตกำแพงรอบๆมี เจดีย์ทรงกลีบมะเฟือง ซึ่งเป็นอิทธิพลจากศิลปะอินเดีย
ลวดลายจะสลักเกี่ยวกับ เรื่องรามายณะ เทพเจ้า ฤาษี สัตว์ในเทพนิยาย เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีลวดลายแบบปรัมบานันให้รับชม
เช่น รูปต้นกัลปพฤกษ์มีนกสองข้าง รูปยักษ์จมูกโตคล้ายคน เป็นต้น
ที่มา https://mpics.mgronline.com/pics/Images/551000012777308.JPEG
ที่จันทินี้มีประติมากรรมและภาพสลักมากมาย
ภาพที่น่าสนใจได้แก่ เทวรูปพระอิศวรที่ประดิษฐานอยู่ในห้องกลางของเทวาลัยพระศิวะ ด้านใต้รูปพระอคัสตยะหรือพระอิศวรมหาโยคี ผู้เผยแพร่ศาสนาพราหมณ์ไปทางทิศใต้
อีกด้านคือด้านตะวันตกเป็นรูปพระคเณศตามกำแพงสลักเรื่องรามเกียรติ์ และรูปสลักพระกฤษณะ
ตรงผนังด้านในเทวาลัย เป็นเรื่องราวชีวิตของพระองค์เป็นภาพเรียงลำดับเหตุการณ์ต่างๆในวัยเยาว์
ลูกตาลได้ค้นหาภาพแกะสลักให้รับชมบางส่วนค่ะ
ที่มา https://bit.ly/2Ny4lef
ภาพนี้ปรากฏที่เทวาลัยของพระวิษณุ เป็นตอนท่านยังเด็กและผจญกับอสูรที่พญากงส์ส่งมาฆ่า
ภาพนี้ปรากฏที่เทวาลัยของพระวิษณุ เป็นตอนท่านยังเด็กและผจญกับอสูรที่พญากงส์ส่งมาฆ่า
พระวิษณุและพระพลราม
แต่ทั้งสองรู้ทัน จึงกัดนมนางยักษ์ขาดตาย
ต่อมาเราจะพูดถึงรูปแบบสถาปัตยกรรมกันนะคะ
เทววาลัยนี้ก่อสร้างด้วยหินจำนวนหลายหลังมีลักษณะคล้ายปราสาทสูง
มีเทวาลัยตรงกลางที่โดดเด่น 3 หลังและรายล้อมด้วยเทวาลัยเล็กรอบๆ
และมีแนวกำแพง รูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส 3 ชั้นล้อมรอบ แต่ละชั้นมีประตูเข้า 4 ทาง
ชั้นในและชั้นกลางมีศูนย์กลางร่วมกัน
และตั้งค่อนไปทางมุมทิศตะวันตกเฉียงใต้ของกำแพงชั้นนอก
มีแผนผังเป็นกากบาท ซึ่งหลังคาจะประดับด้วยรูปจำลองอาคาร
มีลักษณะคล้ายเจดีย์ หรือ ยอดสถูปิกะ และเทวาลัยของพระศิวะมีขนาดใหญ่ที่สุดมีห้องเล็กๆอีก 5 ห้อง ลานชั้นกลางสร้างเป็นจันทิเล็กๆ
หลายหลังเรียงกันเป็น 4 แถว ส่วนลานชั้นนอกไม่มีก่อสร้างใด ตัวจันทิอยู่บนบานประตูขนาดใหญ่ มีประตูในแต่ละด้าน
ซึ่งซุ้มประตูที่มีฐานนี้เป็นฐานให้กับโคปุระยอดปราสาทตามแบบศิลปะชวา
จากที่กล่าวทุกคนคงรู้สึกถึงความยิ่งใหญ่กันใช่ไหมคะ
ซึ่งความเป็นมรดกโลกนี้ ปรัมบานัน ได้รับขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญครั้งที่ 15 ภายใต้ชื่อ
“กลุ่มวัดปรัมบานัน” เมื่อปี พ.ศ. 2534
ที่เมืองคาร์เทจ ประเทศตูนิเซีย ซึ่งพิจารณาจาก
- การเป็นตัวแทนในการแสดงผลงานชิ้นเอกที่จัดทำขึ้นด้วยการสร้างสรรค์อันชาญฉลาดของมนุษย์
- เป็นตัวอย่างอันโดดเด่นของประเภทของสิ่งก่อสร้างอันเป็นตัวแทนของการพัฒนา ทางด้านวัฒนธรรม สังคม ศิลปกรรม วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี อุตสาหกรรม ในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ
- เป็นตัวอย่างอันโดดเด่นของประเภทของสิ่งก่อสร้างอันเป็นตัวแทนของการพัฒนา ทางด้านวัฒนธรรม สังคม ศิลปกรรม วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี อุตสาหกรรม ในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ
เห็นไหมคะทุกคน
ปัมบานันนั้นนอกจากจะเป็นเทวสถานที่ใหญ่ที่สุดในอินโดนีเซียแล้ว
สถานที่นี้ยังเปี่ยมไปด้วยความงดงาม ทั้งรายละเอียดงานแกะสลักมากมายที่วิจิตรงดงาม
ความอลังการที่ยังคงอยู่ ประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรมอันชาญฉลาด
และการแสดงถึงความสำคัญของศาสนาฮินดูในอดีต ซึ่งนั่นเป็นเหตุผล
ทำให้ยูเนสโกยกย่องเป็นมรดกโลกอีกแห่งค่ะ
แม้จะมีเสื่อมโทรมและยังมีบางส่วนที่บูรณะไม่เสร็จก็ตาม
หากซากปรักหักพังถูกจัดแจงและบูรณะอีก
ลูกตาลคิดว่าที่นี่จะงดงามและอลังการได้มากกว่านี้อีก ทุกคนเห็นด้วยไหมคะ ?
และสำหรับวันนี้ต้องขอลาไปก่อนนะคะ
ครั้งหน้าลูกตาลจะพาไปอินดี้ที่ไหนของอินโดอีก
ฝากติดตามด้วยนะคะ
ขอบคุณค่ะ (:
แหล่งที่มา
เชษฐ์ ติงสัญชลี. (ม.ป.ป). ยอดปราสาทของจันทิพระศิวะ
จันทิปรัมบะนัน. ค้นเมื่อ 24 สิงหาคม
2562 จาก
ธีรภาพ โลหิตกุล. (2556). มนตราอาเซียน. กรุงเทพมหานคร : มติชน
นริสา โพธิเดช. (2522). รูปเคารพพระกฤษณะ
ในเอเชียอาคเนย์. สารนิพนธ์ปริญญาศิลปศาสตร์บัณฑิต ภาควิชาโบราณคดี
คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร
เอ็มไทย. (2556). วัด ปรัมบานัน
มรดกโลก Prambanan อินโดนีเซีย. ค้นเมื่อ 24
สิงหาคม 2562 จาก
ASEAN ARCHITECT. (ม.ป.ป). INDONESIA2014.
ค้นเมื่อ 24 สิงหาคม 2562 จาก
MRG Online. (2551). สวัสดีอินโด(จบ) : “ปรัมมานัน” มหัศจรรย์วิหารฮินดู. ค้นเมื่อ 24 สิงหาคม 2562 จาก https://mgronline.com/travel/detail/9510000118568






ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น